หลอดเก็บตัวอย่าง EDTA กับ Heparin ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนดี ?

หลอดเก็บตัวอย่างเลือด (Blood Collection Tube) เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในห้องปฏิบัติการของคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ จุดที่หลายคนมองข้ามคือ หลอดแต่ละชนิดบรรจุ สารกันเลือดแข็ง (Anticoagulant) ต่างกัน และแต่ละชนิดก็เหมาะกับการตรวจคนละประเภท หากเลือกใช้ผิดชนิด ผลตรวจอาจคลาดเคลื่อน ใช้ไม่ได้ และต้องเจาะเลือดน้องซ้ำโดยไม่จำเป็น สองชนิดที่ใช้บ่อยที่สุดคือ หลอด EDTA และ หลอด Heparin บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างและวิธีเลือกใช้ให้ถูกกับงาน

ทำไมการเลือกหลอดให้ถูกชนิดถึงสำคัญ

สารกันเลือดแข็งแต่ละชนิดออกฤทธิ์ต่างกัน และบางชนิดยังรบกวนการตรวจบางประเภทโดยตรง การเลือกหลอดผิดจึงส่งผลตามมาได้ ดังนี้

  • ผลตรวจคลาดเคลื่อน – ค่าที่ได้ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง นำไปวินิจฉัยต่อไม่ได้
  • ตัวอย่างเสีย – เลือดแข็งตัวหรือเม็ดเลือดเสียรูป ต้องทิ้งและเจาะใหม่
  • เสียเวลาและต้นทุน – ทั้งเวลาของทีมและความเครียดของน้องที่ต้องถูกเจาะซ้ำ
  • ถูกต้องตั้งแต่แรก – เลือกหลอดให้ตรงงาน ผลแม่นยำ ทำงานได้ราบรื่น

หลอด EDTA (จุกสีม่วง / ลาเวนเดอร์)

หลอด EDTA บรรจุสารกันเลือดแข็งชนิด EDTA (มักเป็น K2EDTA หรือ K3EDTA) ออกฤทธิ์โดย จับ (chelate) แคลเซียมในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดไม่แข็งตัวและคงสภาพเดิมไว้

จุดเด่นคือ รักษารูปร่างของเม็ดเลือดได้ดีเยี่ยม จึงเหมาะกับ งานโลหิตวิทยา (Hematology) เช่น การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ (CBC) การทำสเมียร์เลือด และการตรวจหมู่เลือด ข้อจำกัดคือ ไม่เหมาะกับงานเคมีคลินิกบางชนิด เพราะ EDTA จับแคลเซียมและรบกวนค่าอิเล็กโทรไลต์ (เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม) ทำให้ผลเคมีคลาดเคลื่อน

หลอด Heparin (จุกสีเขียว)

หลอด Heparin บรรจุสารกันเลือดแข็งชนิดเฮปาริน (มักเป็น Lithium heparin หรือ Sodium heparin) ออกฤทธิ์โดย กระตุ้นการทำงานของ antithrombin เพื่อยับยั้ง thrombin จึงหยุดกระบวนการแข็งตัวของเลือด

จุดเด่นคือ ได้พลาสมา (Plasma) อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอเลือดแข็งตัว จึงเหมาะกับ งานเคมีคลินิก (Clinical Chemistry) เช่น การตรวจอิเล็กโทรไลต์ ค่าเคมีในเลือด และการตรวจแก๊สในเลือด เหมาะกับงานที่ต้องการผลด่วน ข้อจำกัดคือ ไม่เหมาะกับการทำสเมียร์เลือดและงานโลหิตวิทยา เพราะรบกวนการติดสี ทำให้พื้นหลังติดสีฟ้าและรูปร่างเม็ดเลือดเพี้ยน ทั้งนี้ Lithium heparin นิยมใช้มากกว่า เพราะ Sodium heparin จะรบกวนการตรวจค่าโซเดียม

เปรียบเทียบหลอด EDTA และ Heparin

หัวข้อเปรียบเทียบ หลอด EDTA หลอด Heparin
สารกันเลือดแข็งEDTA (K2 / K3)Heparin (Lithium / Sodium)
กลไกการออกฤทธิ์จับแคลเซียมในเลือดยับยั้งการทำงานของ thrombin
สีจุกหลอด (ทั่วไป)ม่วง / ลาเวนเดอร์เขียว
ชนิดตัวอย่างที่ได้เลือดครบส่วน (Whole blood)พลาสมา (Plasma)
เหมาะกับงานโลหิตวิทยา: CBC, สเมียร์เลือด, หมู่เลือดเคมีคลินิก: อิเล็กโทรไลต์, ค่าเคมี, แก๊สในเลือด
จุดเด่นรักษารูปร่างเม็ดเลือดได้ดีได้พลาสมาเร็ว เหมาะงานด่วน
ข้อจำกัดไม่เหมาะงานเคมีบางชนิด (รบกวนแคลเซียม/อิเล็กโทรไลต์)ไม่เหมาะทำสเมียร์เลือด (ติดสีเพี้ยน)

เคล็ดลับการใช้หลอดเก็บเลือดให้ได้ผลแม่นยำ

  • เติมเลือดให้ได้ปริมาตรตามที่หลอดกำหนด สัดส่วนเลือดต่อสารกันเลือดสำคัญมาก โดยเฉพาะหลอด EDTA หากเติมน้อยไปเม็ดเลือดอาจหดตัว หากเติมมากไปเลือดอาจแข็งตัว
  • พลิกหลอดกลับไป-มาเบาๆ 8–10 ครั้งทันทีหลังเจาะ เพื่อให้สารกันเลือดผสมเข้ากันทั่วถึง อย่าเขย่าแรง เพราะทำให้เม็ดเลือดแตก (Hemolysis)
  • ติดฉลากให้ชัดเจน ระบุชื่อสัตว์ป่วยและวันที่ เพื่อป้องกันความสับสน
  • ส่งตรวจภายในเวลาที่เหมาะสม และเก็บรักษาตามคำแนะนำของแต่ละการทดสอบ

หลอดเก็บตัวอย่างเลือด EDTA และ Heparin จาก KN MED Supply

KN MED Supply นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยตรง หลอดเก็บตัวอย่างเลือดทั้งชนิด EDTA และ Heparin คุณภาพมาตรฐาน สม่ำเสมอทุกล็อต มีให้เลือกหลายขนาดเพื่อให้เหมาะกับงานในห้องปฏิบัติการของคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์

Share Post :